Sensory Over-Responsiveness (รับรู้มากเกินไป) คืออะไร?

Sensory Over-Responsiveness (SOR) หรือภาวะที่เด็ก รับรู้สิ่งเร้าทางประสาทสัมผัสมากเกินไป หมายถึง การที่สมองตอบสนองต่อข้อมูลจากประสาทสัมผัสต่างๆ อย่างรุนแรงหรือไวเกินกว่าปกติ เช่น เสียงเบาอาจทำให้เด็กรู้สึกดังจนน่ารำคาญ หรือการสัมผัสที่เบาๆ อาจทำให้รู้สึกเจ็บมากจริงๆ

ภาวะนี้อาจพบในเด็กที่มีปัญหาด้าน Sensory Processing Disorder (SPD) หรือเป็นลักษณะหนึ่งของเด็กที่มีความไวต่อสิ่งแวดล้อมสูง (High Sensitivity) และยังพบได้ในเด็กที่มีภาวะอื่นๆ เช่น เด็กสมาธิสั้น (ADHD) หรือกลุ่มอาการออทิสติก (ASD) ด้วย

 

ตัวอย่างพฤติกรรมของเด็กที่มี Sensory Over-Responsiveness

  1. ระบบการได้ยิน (Auditory System):

    • รู้สึกไม่สบายเมื่อได้ยินเสียงดัง เช่น เสียงดูดฝุ่น เสียงฟ้าร้อง หรือเสียงในห้องเรียนที่วุ่นวาย
    • ใช้มือปิดหูเมื่อได้ยินเสียงที่ไม่ชอบ
  2. ระบบการมองเห็น (Visual System):

    • รู้สึกไม่สบายตาเมื่ออยู่ในที่ที่มีแสงจ้าหรือสีสด
    • หลีกเลี่ยงการมองหน้าจอที่มีแสงไฟกระพริบ
  3. ระบบสัมผัส (Tactile System):

    • ไม่ชอบการสัมผัสจากผู้อื่น เช่น การกอด หรือแตะตัวเบาๆ
    • รู้สึกอึดอัดกับเนื้อผ้าหรือเสื้อผ้าที่คัน
  4. ระบบการเคลื่อนไหว (Vestibular System):

    • กลัวการแกว่งชิงช้าหรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับการหมุนตัว
    • รู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อขึ้นที่สูง
  5. ระบบการรับรู้กล้ามเนื้อและข้อต่อ (Proprioceptive System):

    • หลีกเลี่ยงการกอดแน่นหรือแรงกดที่กล้ามเนื้อ เพราะรู้สึกเจ็บหรือไม่สบาย

ทำไม Sensory Over-Responsiveness มักเกิดในเด็ก?

  1. การพัฒนาสมองที่ยังไม่สมบูรณ์:
    สมองของเด็กยังอยู่ในช่วงพัฒนา ซึ่งอาจทำให้การประมวลผลข้อมูลจากประสาทสัมผัสไม่สมดุล หรือไวเกินไปต่อสิ่งเร้าจากสิ่งแวดล้อม

  2. ภาวะ Sensory Processing Disorder (SPD):
    เด็กที่มีปัญหา SPD จะมีความยากลำบากในการประมวลผลและตอบสนองต่อข้อมูลทางประสาทสัมผัส ทำให้บางครั้งสมอง “เกินปฏิกิริยา” ต่อสิ่งเร้าปกติ

  3. ความไวต่อสิ่งเร้าทางพันธุกรรม (Genetic Sensitivity):
    เด็กบางคนอาจเกิดมาพร้อมกับระบบประสาทที่ไวต่อสิ่งเร้าจากปัจจัยทางพันธุกรรม

  4. ความเครียดหรือประสบการณ์ในอดีต:
    เด็กที่เคยเจอประสบการณ์ที่น่ากลัวหรือเจ็บปวด อาจพัฒนาความไวต่อสิ่งเร้าบางอย่าง เช่น กลัวเสียงดังเพราะเคยได้ยินเสียงฟ้าร้องที่ทำให้ตกใจ

  5. ภาวะทางพัฒนาการอื่นๆ:

    • เด็กที่มีภาวะออทิสติก (ASD) มักมี Sensory Over-Responsiveness เป็นหนึ่งในอาการร่วม
    • เด็กสมาธิสั้น (ADHD) อาจแสดงความไวต่อสิ่งเร้าบางประเภท เช่น เสียงรบกวนในห้องเรียน
  6. สิ่งแวดล้อม:
    การเติบโตในสิ่งแวดล้อมที่กระตุ้นประสาทสัมผัสมากเกินไป เช่น เมืองที่มีเสียงดังหรือห้องเรียนที่มีเสียงรบกวนสูง อาจกระตุ้น SOR ในเด็กบางคน


การช่วยเหลือเด็กที่มี Sensory Over-Responsiveness

  1. สร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม:
    ลดสิ่งเร้าที่อาจกระตุ้นเด็ก เช่น ใช้หูฟังตัดเสียง (Noise-Cancelling Headphones) หรือให้เด็กอยู่ในห้องที่มีแสงนุ่มนวล

  2. ใช้เทคนิคการปรับตัว (Desensitization):
    ค่อยๆ แนะนำเด็กให้สัมผัสกับสิ่งเร้าในปริมาณที่น้อยและเพิ่มขึ้นตามลำดับ เพื่อให้สมองปรับตัวและตอบสนองดีขึ้น

  3. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ:
    นักบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Sensory Integration สามารถออกแบบกิจกรรมหรือโปรแกรมที่เหมาะสมกับเด็ก

  4. สร้างกิจวัตรที่คงที่:
    การมีตารางเวลาที่แน่นอนช่วยให้เด็กคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ และลดความเครียดจากสิ่งเร้าที่ไม่คุ้นเคย

  5. การใช้เครื่องมือหรือของเล่นที่ช่วยบำบัด:
    เช่น ลูกบอลนวดเพื่อช่วยให้เด็กปรับตัวกับการสัมผัส หรืออุปกรณ์ที่ช่วยกระตุ้นสมดุลระบบประสาท

ให้เราช่วยคุณ เริ่มจากประเมินพัฒนาการกับนักกิจกรรมบำบัดวิชาชีพ

Interested in Happy Kids
Full Name
Nickname & Full Name
We will contact you though this phone number.
Services Interested In