The Learning Center

โรคสมาธิสั้นในเด็ก เกิดจากอะไร และต้องรับมืออย่างไร

เด็กสมาธิสั้นหรือ “โรคสมาธิสั้นในเด็ก” เป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็ก ๆ ซึ่งมีเด็ก ๆ ไม่น้อยเป็นโรคนี้ในช่วงวัยเด็กของเขา แต่หากรู้ไวจะช่วยให้การรักษาหายขาดได้ไวขึ้น แต่ส่วนหนึ่งจะต้องอาศัยการสังเกตของคุณพ่อคุณแม่ด้วยว่า เจ้าตัวเล็กที่บ้านมีพฤติกรรมอยู่ไม่นิ่ง ซนไม่หยุด ชอบพูดอะไรแบบโพล่งออกมาเลย รวมถึงรอคอยอะไรนาน ๆ ไม่ได้เลย แม้ว่าจะทำข้อตกลงกันมาก่อนแล้วก็ตาม

 

ทำความรู้จักโรคสมาธิสั้นในเด็กกันก่อนว่าคืออะไร?  

สำหรับโรคสมาธิสั้นในเด็ก คือโรคชนิดหนึ่ง ซึ่งมีชื่อภาษาอังกฤษว่า “Attention-dificit/ Hyperactive disorder หรือเรียกย่อ ๆ ว่า ADHD” เกิดขึ้นจากความบกพร่องในระบบประสาทการพัฒนา จากสมองส่วนหน้าผลิตสารเคมีบางชนิด ทำให้การควบคุมอารมณ์ สมาธิของเด็กสั้นกว่าเด็กปกติทั่วไป โดยหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องหรือทันเวลาจะทำให้มีผลสืบเนื่องจนถึงวัยผู้ใหญ่ได้ ทั้งนี้มักจะพบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิงถึง 3:1 ส่วนอาการหลัก ๆ คือ จดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ไม่นาน, ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ฯลฯ อย่างไรก็ตามยังมีวิธีการรักษาให้หายได้เช่นกัน ซึ่งวิธีการรับมือและรักษามีดังนี้

พ่อ-แม่ต้องเข้าใจโรคนี้อย่างดี

อย่างแรกคือพ่อและแม่จะต้องเข้าใจโรคนี้ก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมของเขาให้รู้จักการรอคอย ความอดทน จากนั้นพยายามส่งเสริมกิจกรรมให้พวกเขาฝึกสมาธิ ทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่นบ่อย ๆ โดยคุณพ่อและคุณแม่จะต้องร่วมทำกิจกรรมด้วย และหากเขาทำดี ถูกต้อง ควรมีรางวัลเป็นคำชมหรือรางวัลอื่น ๆ ที่ทำให้เขาเข้าใจหลักของความอดทนมากขึ้น และที่สำคัญจะต้องคอยฝึกฝนให้พวกเขามีระเบียบวินัยตัวเอง เช่นการลำดับขั้นตอนการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละวันเป็นขั้นตอน

ปรึกษาคุณหมอและเริ่มใช้ยาเพื่อให้เขาควบคุมตัวเองได้

อีกหนึ่งทางรับมือคือ หากคุณพ่อคุณแม่ทำทุกวิถีทางแล้วยังไม่ได้ผล การปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญถือว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะทำให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจวิธีการรับมือมากขึ้น และหากยังไม่ได้ผลอาจต้องใช้ยาเข้ามาช่วยปรับด้วยอีกทาง เพื่อให้เขาเรียนรู้และปรับพฤติกรรมต่าง ๆ ให้สามารถเพิ่มความสัมพันธ์คนรอบข้างได้ดีขึ้น

 

หากสงสัยว่าลูกมีสมาธิสั้นต้องรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อเริ่มรักษาต่อไป

สำหรับโรคสมาธิสั้นในเด็กเป็นโรคที่หากรู้ไว สามารถรักษาให้หายได้ไว เพราะพฤติกรรมสมาธิสั้นส่งผลกระทบระยะยาวต่อเด็กได้ เพราะหากไม่รักษาให้หายขาดสิ่งที่ตามมาคือ เมื่อถึงวัยเติบโตเขาอาจจะมีอารมณ์ร้อนหรืออารมณ์รุนแรงได้ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือทำให้เขาขาดโอกาสดี ๆ ในสังคมไปโดยปริยาย ดังนั้นหากสงสัยว่าเขาป่วยเป็นโรคนี้ควรค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมพร้อมทั้งเอาใจใส่เขามากขึ้น และรีบพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อดำเนินการรักษาต่อไป